จุดชม ดอกพีช ที่นักท่องเที่ยวแวะมาชื่นชมความงามมากที่สุด

ชา ดอกพีช ช่วยทำให้สมองรู้สึกสงบ บำรุงสมองให้ความจำดี ช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารให้ทำงานดีขึ้น และยังช่วยคลายเครียดจากอาการเหนื่อยล้า ทำให้หลับสบายขึ้น กลิ่นหอมหวาน สรรพคุณกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิว แต่สิ่งที่ควรระวังในการรับประทานลูกท้อหรือลูกพีชก็คือ ผลท้อจะมีขนอ่อน ๆ ปกคลุมอยู่ทั่วผล การสัมผัสโดยตรงอาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและคันได้ เป็นไม้ผลเมืองหนาวที่ต่างประเทศนิยมรับประทาน ผลลูกท้อออกเป็นผลเดี่ยวๆ ผลมีลักษณะค่อนข้างกลม คล้ายผลบ๊วย (apricot) แต่ขนาดผลจะใหญ่กว่า ลูกท้อหรือลูกพีชใช้เป็นผลไม้รับประทานสด เนื้อผลหนาคล้ายผลแอปเปิ้ล มีสีขาวอมเหลือง มีรสกรอบ หวาน และกลิ่นหอมอ่อนๆ ดังนั้นก่อนนำมารับประทานควรนำไปล้างให้สะอาด ให้ขนเหล่านั้นหลุดออกให้หมดก่อน ลดริ้วรอยก่อนวัย ลดริ้วรอยผิวหนัง ลดการเกิดฝ้า ช่วยในการการไหลเวียนของเลือดฝาด ดอกพีช ช่วยในเรื่องการผ่อนคลายจากภาวะความเครียด มีสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งบำรุงหัวใจให้แข็งแรง คงไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน และในวัฒนธรรมของชนชาติต่าง ๆ ก็จะมีท้อรวมอยู่ด้วย ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือประเทศจีน และมีขนปกคลุมทั่วบริเวณผิว แต่บางพันธุ์มีผลขนาดเล็กกว่าผลบ๊วย ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีชมพู ทั้งนี้ ก่อนออกดอก เนื้อลูกท้อหรือลูกพีชแปรรูปทำแยม ลูกท้อดอง ลูกท้อเชื่อม ลูกท้อแช่อิ่ม เป็นต้น โดยเฉพาะลูกท้อขนาดเล็กที่นิยมดองเป็นผลไม้หรือลูกท้อแช่อิ่ม ต้นท้อจะผลิใบร่วงจนหมด โดยชาวจีนมีความเชื่อว่า ลูกท้อเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว ช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ถ้าดอกท้อบานในระหว่างการฉลองวันปีใหม่ มีความเชื่อว่าปีต่อไปจะเป็นปีแห่งโชคลาภ และดอกท้อยังนำมาใช้ประดับตกแต่งภายในบ้านเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลอีกด้วย นอกจากนี้แล้ว ดอกพีช ในสมัยโบราณหากมีการเขียนป้ายคำอวยพร แล้วค่อยติดดอก และแตกใบใหม่พร้อมกัน ชาวจีนมักเปรียบกลีบดอกลุกท้อเหมือนแก้มผู้หญิงที่มีสีชมพูอ่อน นอกจากนั้น ยังถือว่าต้นลูกท้อเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ โดยหมอผีหรือผู้เฒ่ามักใช้กิ่งลูกท้อปักยื่นในทิศตะวันออกหรือทิศใต้เพื่อใช้เป็นไม้บังคับ ผลสดหรือแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ลูกท้อหรือลูกพีช เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ก็จะนิยมเขียนลงไม้ที่ทำมาจากต้นท้อเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย ที่เราคุ้นเคยกันมานาน

ซึ่ง ดอกพีช นั้นมีกลิ่นหอมเฉพาะ รสชาตินุ่มชุ่มคอ เป็นอีกหนึ่งชนิดของชาดอกไม้ที่นิยมกันมานาน มีสรรพคุณช่วยดับกระหาย บำรุงหัวใจ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เป็นผลไม้ที่ใช้ประโยชน์ในการรับประทานมาอย่างยาวนาน และได้รับความนิยมไปทั่วโลก แล้วค่อยแพร่กระจายเข้าสู่เปอร์เซีย ยุโรป และอเมริกา ส่วนใบลูกท้อนิยมใช้ผสมลงในหม้อยาหรือหม้อน้ำมนต์สำหรับพรมขับไล่ผี และวันขึ้นปีใหม่ อีกทั้งชาวจีนยังนิยมดื่มน้ำลูกท้อหรือนำลำต้น กิ่ง และใบมาต้มน้ำอาบในวันขึ้นปีใหม่ของจีน รวมถึงแพร่ลงมาในแถบประเทศใกล้เคียง รวมถึงนำผลดิบมาดองรับประทาน ลูกท้อออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ทั้งออกเป็นกระจุกใกล้กันหลายดอกหรือออกเป็นดอกเดี่ยวๆ นอกจากนี้แล้วในวัฒนธรรมของชนชาติต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ในการแก้อาการอ่อนเพลีย แก้ร้อนในกระหายน้ำ จะมีท้อเข้ามาร่วมอยู่ด้วย ได้แก่ ชาวจีนมีความเชื่อว่า ท้อเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และเกี่ยวข้องกับการกับการป้องกันสิ่งชั่วร้าย ดอกพีช กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ควบคุมระดับความดันโลหิตในร่างกาย แถมยังช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นด้วย นอกจากนั้น อาจใช้วิธีนำต้นตอของพันธุ์พื้นเมืองลงปลูกในแปลงให้ตั้งตัวได้ก่อน จากนั้น ค่อยนำกิ่งพันธุ์ดีมาเสียบยอด ซึ่งวิธีนี้ก็ได้ผลดีเช่นกัน ทั้งนี้ การปลูกนิยมปลูกในช่วงต้นฤดูหนาวเป็นหลัก ตัวดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยงสีแดงขนาดเล็ก 5 กลีบ เปลือกผลมีสีสันสวยงาม เนื้อผลมีรสเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แผ่นกลีบมีรูปหอก ช่วงเวลาเดียวกันสารสีเหลืองที่มีอยู่ในลูกพีชก็มีสารต้านอนุมูลอิสระ และดอกท้อยังใช้ประดับตกแต่งภายในบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล ป้องกันสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย นอกจากนี้แล้วในสมัยโบราณ การเขียนป้ายคำอวยพรก็นิยมเขียนลงไม้ที่ทำมาจากต้นท้อ พร้อมทั้งช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและชะลอความแก่อีกด้วย การเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ดอกพีช เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นของสายตา และยังช่วยควบคุมน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือดได้ และเป็นเครื่องดื่มที่มีไว้ดื่มเพื่อดับกระหายได้ดีทีเดียว เป็นระบบบำบัดรักษาความเจ็บป่วยที่ละเอียดลึกซึ้ง ชื่อว่าเบต้าคริปโตแซนทิน ช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ถูกทำลาย มีความเข้าใจสำหรับเพื่อการช่วยชะลอวัย นอกจากนั้นยังมีวิตามินซี ช่วยคุ้มครองปกป้องหวัด และก็โรคเลือดออกตามไรฟัน และบางปลายกีบโค้งมน และค่อนข้างแหลม แผ่นกลีบดอกมีทั้งสีขาวอมชมพู และสีแดง ส่วนที่เป็นเนื้อนุ่มๆ ของท้อก็เกิดผลดีในด้าน ช่วยหล่อลื่นไส้ และก็เป็น ยาระบายอ่อนๆทุเลาท้องผูก ดีต่อระบบทางเดินอาหาร ด้วยวิธีทางธรรมชาติ

ปัจจุบัน ดอกพีช ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ผู้บำบัดด้วยวิธีการแพทย์สาขาจีน มีทั้งชาวจีนย้ายถิ่น ใครที่ชื่นชอบกลิ่นหอมและรสชาติที่นุ่มละมุน ที่หลงใหลในกลิ่นพีช ชาดอกพีชถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งสีและกลิ่นที่หอมหวาน จะต้องกระทำโดยการซักประวัติผู้ป่วย การสังเกตวิเคราะห์ส่วนต่างๆของร่างกาย การสัมผัส และการจับจังหวะชีพจร ช่วงเวลาเดียวกันก็ให้พลังงานต่ำ เหมาะสมกับผู้ที่อยากได้ควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากมี สารแคโรทีนอยด์ประเภทลูทีน รวมทั้ง ซีแซนทิน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ตรงกลางมีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย ซึ่งทั้งหมด ต้องอาศัยความละเอียดลออและความชำนาญพิเศษ ส่วนการรักษาจะประกอบด้วย การเลือกอาหาร การนวด การฝังเข็ม การดื่มชาสมุนไพรต่างๆ รวมทั้งยาจากสัตว์ด้วย ชาดอกพีชมีสรรพคุณช่วยบำรุงผิว ลดริ้วรอย ลดการเกิดฝ้า ช่วยการไหลเวียนของเลือดฝาด แล้วยังช่วยสมานแผลได้อีกด้วย ดอกพีช จึงนับว่าเป็นดอกไม้ที่นิยมกันมากในขณะนี้ ปัจจุบัน ดอกพีช กำลังได้รับความสนใจจากนักวิจัยชาวตะวันตกอย่างกว้างขวาง ไม่เว้นแม้แต่ในแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้อย่างประเทศไทยเราเองก็มีการเปิดสอนในหลักสูตรปริญญาตรีหรือใบประกาศนียบัตรสาขาการแพทย์แผนจีนกันอย่างแพร่หลาย นานมาแล้วที่ชาวจีนโบราณได้ค้นพบคุณค่าของดอกท้อในการทำยาและทำเครื่องสำอางค์เสริมความงาม และเป็นที่ประจักษ์มากขึ้นเรื่อยๆว่า การบำบัดรักษาด้วยวีธีการแพทย์แผนจีนมีประสิทธิภาพสูง ที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูและป้องกันการเกิดฝ้า จุดด่างดำ รอยตีนกา และป้องกันผิวหน้าแห้งกร้าน อีกทั้งยังมีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายรวมอยู่ด้วย ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการกระตุ้นระบบหมุนเวียนของหลอดเลือด ต่าง ๆ ส่งผลให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล ชุ่มชื่นอยู่เสมอ และสามารถรักษาอาการของโรคบางโรค ที่แพทย์แผนปัจจุบันยังไม่พบวิธีรักษาได้ และยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้น ดอกพีช ถือว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทชาที่มาแรงมากในช่วงนี้ นับเป็นดอกไม้ที่แปลกและเป็นที่สงสัยกันว่า มันสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้จริงๆ เนื่องจากเป็นชาดอกไม้ที่มีสีสันที่สวยงาม กลิ่นหอม ที่ช่วยบำรุงและถนอมสายตา รักษาอาการอักเสบต่างๆ มีฤทธิ์เป็นยาเย็นแก้ร้อนใน ช่วยเพิ่มความสดชื่น จากภาวะการเครียดได้

ไฮไลท์ของฤดูกาลใบไม้แดง …!!!

ใบไม้แดง ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า โคโย (Koyo) การชมใบไม้แดงจึงเรียกว่าโคโยตามไปด้วย ฤดูกาลใบไม้แดงของญี่ปุ่นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว ซึ่งในนี้ใบไม้แดงก็จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ในช่วงกลางเดือนกันยายนไล่ไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม และจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ทางภาคเหนือไล่ลงมายังภาคใต้ของญี่ปุ่น ใครที่มีตั๋วเครื่องบินอยู่ในมือแล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะไปหาแหล่งชมใบไม้แดงสวย ๆ ของญี่ปุ่นกัน

การเปลี่ยนสีของใบไม้แดงในช่วงนี้จะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นสีเหลือง สีส้ม หรือสีแดง ก่อนที่จะร่วงจนหมดต้น เวลาดูพยากรณ์ใบไม้แดงก็จะสังเกตง่าย ๆ จากสีที่ปรากฏในตาราง ส่วนใหญ่ถ้าเป็นสีเหลืองก็จะเพิ่งเริ่มเปลี่ยน ถ้าเป็นสีส้มก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปชม ถ้าเป็นสีแดงอ่อนแสดงว่าเริ่มจะร่วง ส่วนถ้าเป็นสีแดงเข้มหมายถึงร่วงโรยหมดแล้ว ทั้งนี้แต่ละเว็บก็มีการใช้สีเป็นสัญลักษณ์ที่แตกต่างกัน ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนเดินทาง ไฮไลท์ของฤดูกาลนี้จะเป็นพืช 3 ชนิด ได้แก่ ต้นเมเปิล (Maple), ต้นแปะก๊วย (Gingko) และหญ้าโคเชีย (Kochia) แต่จะต้องเตรียมตัวอย่างไร มีอะไรที่น่ารู้ก่อนไปเที่ยวชมใบไม้แดงบ้าง ฤดูกาลนี้จะหนาวหรือร้อนมากแค่ไหน วันนี้เราจะมาแนะสถานที่ดี ๆ เกี่ยวกับการไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดง พร้อมกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการชมใบไม้แดงมาฝากกัน จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย

วันนี้เราจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยว 5 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการชมใบไม้แดง ของฤดูใบไม้ผลิแห่งญี่ปุ่นกัน ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย

  1. โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson) ขอนำเสนอความพิเศษใบไม้แดงของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควร
  2. โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park) โชวะ คิเนนเป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้แดง ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้แดงเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว
  3. มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai) ที่โทไดหรือมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้แดงที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มีสีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม
  4. สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen) สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้แดงเช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้แดงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีกด้วย สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่นเอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วยครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว
  5. สวนริคุงิเอน (Rikugien) สวนริคุงิเอนนั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้แดง เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้แดง สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้แดง ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว