ไฮไลท์ของฤดูกาลใบไม้แดง …!!!

ใบไม้แดง ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า โคโย (Koyo) การชมใบไม้แดงจึงเรียกว่าโคโยตามไปด้วย ฤดูกาลใบไม้แดงของญี่ปุ่นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว ซึ่งในนี้ใบไม้แดงก็จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ในช่วงกลางเดือนกันยายนไล่ไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม และจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ทางภาคเหนือไล่ลงมายังภาคใต้ของญี่ปุ่น ใครที่มีตั๋วเครื่องบินอยู่ในมือแล้วก็ต้องไม่พลาดที่จะไปหาแหล่งชมใบไม้แดงสวย ๆ ของญี่ปุ่นกัน

การเปลี่ยนสีของใบไม้แดงในช่วงนี้จะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นสีเหลือง สีส้ม หรือสีแดง ก่อนที่จะร่วงจนหมดต้น เวลาดูพยากรณ์ใบไม้แดงก็จะสังเกตง่าย ๆ จากสีที่ปรากฏในตาราง ส่วนใหญ่ถ้าเป็นสีเหลืองก็จะเพิ่งเริ่มเปลี่ยน ถ้าเป็นสีส้มก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปชม ถ้าเป็นสีแดงอ่อนแสดงว่าเริ่มจะร่วง ส่วนถ้าเป็นสีแดงเข้มหมายถึงร่วงโรยหมดแล้ว ทั้งนี้แต่ละเว็บก็มีการใช้สีเป็นสัญลักษณ์ที่แตกต่างกัน ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนเดินทาง ไฮไลท์ของฤดูกาลนี้จะเป็นพืช 3 ชนิด ได้แก่ ต้นเมเปิล (Maple), ต้นแปะก๊วย (Gingko) และหญ้าโคเชีย (Kochia) แต่จะต้องเตรียมตัวอย่างไร มีอะไรที่น่ารู้ก่อนไปเที่ยวชมใบไม้แดงบ้าง ฤดูกาลนี้จะหนาวหรือร้อนมากแค่ไหน วันนี้เราจะมาแนะสถานที่ดี ๆ เกี่ยวกับการไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดง พร้อมกับเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการชมใบไม้แดงมาฝากกัน จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย

วันนี้เราจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยว 5 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการชมใบไม้แดง ของฤดูใบไม้ผลิแห่งญี่ปุ่นกัน ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย

  1. โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson) ขอนำเสนอความพิเศษใบไม้แดงของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควร
  2. โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park) โชวะ คิเนนเป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้แดง ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้แดงเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว
  3. มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai) ที่โทไดหรือมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้แดงที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มีสีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม
  4. สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen) สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้แดงเช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้แดงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีกด้วย สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่นเอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วยครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว
  5. สวนริคุงิเอน (Rikugien) สวนริคุงิเอนนั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้แดง เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้แดง สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้แดง ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว

ลักษณะงานของอาชีพช่างเชื่อม

ช่างเชื่อม (Welder) ทำหน้าที่ติดตั้ง ซ่อมบำรุงผลิตงานผลิตภัณฑ์โลหะแผ่นและโลหะรูปพรรณ  งานโครงสร้างโลหะ  งานระบบท่ออุตสาหกรรมทำงานด้วยการใช้เครื่องมือ   เครื่องจักร   ในการแปรรูป  ขึ้นรูปประกอบด้วยกรรมวิธีเชื่อม   การตกแต่งผิวสำเร็จ   การตรวจสอบ และการควบคุมการผลิต

ระดับงานของการเป็นช่างเชื่อม

งานระดับช่างฝีมือ  ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการอ่านแบบ  เขียนแบบเครื่องกล แบบแผ่นคลี่การผลิตงานผลิตภัณฑ์โลหะแผ่น และโลหะรูปพรรณโดยการใช้เครื่องมือเครื่องจักรในการแปรรูป  ขึ้นรูปโลหะ  การประกอบตกแต่งผิวสำเร็จ  งานติดตั้งประกอบ   และเชื่อมระบบท่อ งานติดตั้ง  ประกอบและเชื่อมโครงสร้าง

งานระดับช่างเทคนิค ปฏิบัติงานในลักษณะผู้ควบคุมงาน  ผู้ช่วยวิศวกรโดยทำงานภายใต้ การแนะนำและควบคุมของวิศวกร เป็นงานที่เกี่ยวกับการออกแบบติดตั้ง  งานผลิตผลิตภัณฑ์โลหะ งานระบบท่อ งานโครงสร้างงานเชื่อมซ่อมบำรุงชิ้นส่วนเครื่องจักรกล  เครื่องมือกล งานตรวจสอบทดสอบวัสดุในทางวิศวกรรมงานตรวจสอบทดสอบงานเชื่อม  ทั้งแบบทำลายและไม่ทำลาย

สภาพการจ้างงาน

ช่างเชื่อมโลหะ สามารถเข้าทำงานได้ทั้งในภาคราชการ   รัฐวิสาหกิจ   เช่น กรมโยธาธิการ กรมชลประทาน การท่าเรือแห่งประเทศไทย การประปา หรือหน่วยงานในองค์กรเอกชนอื่นๆ ในสถานประกอบกิจการเช่น  โรงงานอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ  หรือประกอบอาชีพอิสระ  เช่น รับเหมาสร้างโครงสร้างโลหะงานผลิตภัณฑ์โลหะงานระบบท่อได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา  ช่างเชื่อม โลหะที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานจะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำประมาณ 5,000-5,500บาท ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความสามารถและความชำนาญงาน  นอกจากค่าตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้วอาจได้รับผลประโยชน์พิเศษอย่างอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการในรูปต่างๆ เงินโบนัส  ค่าล่วงเวลา เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ในการทำงาน เป็นต้น
สภาพการทำงาน

ผู้ปฏิบัติงานอาชีพ ช่างเชื่อม(Welder)  ทำงานทั้งใน และนอกสถานที่ทำงานในการประกอบและติดต่ออุปกรณ์ที่ต้องจ่อเชื่อมหรือประสานท่อ  ทำการตรวจซ่อม และบริการการดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องจักรในงานอุตสาหกรรมสภาพการทำงานหนักปานกลาง ต้องใช้ความอดทนต่อสภาพความร้อน  เสียง  กลิ่นของสารเคมี  ทำความสะอาดอุปกรณ์และบางโอกาสทำงานตามลำพัง ต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบสูงพอสมควรเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ  เนื่องจากการทำงานโดยเฉพาะ ”ตา”  จึงจำเป็นต้องสวมแว่นตาในระหว่างการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันประกายไฟ  หรือเศษโลหะเข้าตา บางครั้งต้องทำงานเกินเวลาอาจต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด เพื่อให้งานเสร็จทันเวลาที่กำหนด

 ผู้ที่จะประกอบอาชีพช่างเชื่อม(Welder)ควรเตรียมความพร้อมดังนี้ คือ 

สำหรับระดับช่างฝีมือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ   (ปวช.) ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะจากสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา หรือสาขาช่างท่อและประสาน สาขาวิชาช่างโลหะ หรือสาขาวิชาช่างเชื่อมและโลหะแผ่นจากสถานศึกษาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลหรือสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า  อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี เข้ารับการอบรมหลักสูตรในกลุ่มอาชีพช่างเชื่อมและโลหะจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งจัดให้มีหลักสูตร ดังนี้

ช่างเชื่อมไฟฟ้า   ฝึกในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือศูนย์พัฒนาฝีมือ แรงงานจังหวัด ระยะเวลา  4   เดือน  และฝึกในสถานประกอบการ ระยะเวลา  2 เดือน   สำเร็จการอบรมจะมีระดับฝีมืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานฝีมือช่างชั้น 3

ช่างเชื่อมแก๊ส   ฝึกในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด ระยะเวลา 4 เดือน และฝึกในสถานประกอบกิจการ ระยะเวลา 2 เดือน สำเร็จการ อบรมจะมีระดับฝีมืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานฝีมือช่างชั้น 3

ช่างผลิตภัณฑ์โลหะแผ่น  ฝึกในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด ระยะเวลา 6 เดือน และฝึกในสถานประกอบการระยะเวลา 2  เดือนสำเร็จการอบรมจะมีระดับฝีมืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐานฝีมือช่างชั้น 3

 ช่างเชื่อม TIG   ฝึกในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด ระยะเวลา 3 เดือน และฝึกในสถานประกอบกิจการ ระยะเวลา 1 เดือน สำเร็จการ อบรมมีความสามารถในการใช้เครื่องมือในการเชื่อมวัสดุชนิดต่างๆ  เช่น  เหล็ก อลูมิเนียม  และสแตนเลสได้

ช่างเชื่อม MIG/MAG   ฝึกในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือศูนย์พัฒนา    ฝีมือแรงงานจังหวัดระยะเวลา 3  เดือน  และฝึกในสถานประกอบการระยะเวลา 1  เดือน สำเร็จการอบรมมีความสามารถในการใช้เครื่องมือในการเชื่อมวัสดุชนิดต่าง ๆ เช่น เหล็ก อลูมิเนียม  และสแตนเลสได้

สำหรับระดับช่างเทคนิค  เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม  สาขาวิชาช่างเทคนิคโลหะ สาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะแผ่น จากสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษาหรือสาขาวิชาช่างท่อและประสาน  สาขาวิชาช่างโลหะจากสถานศึกษาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

 โอกาสในการมีงานทำ

        แนวโน้มของผู้ที่จะประกอบอาชีพช่างเชื่อม(Welder) ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมก่อสร้าง รถยนต์  เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งในปัจจุบันการก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์นั้น ทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามส่งเสริมการผลิต หรือประกอบรถยนต์ในประเทศมากขึ้น จากแนวโน้มยอดการขายรถยนต์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่มีอัตรายอดการขายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ดังนั้นในฐานะลูกจ้างของอุตสาหกรรมเหล่านี้ โอกาสการมีงานทำ จึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ จะต้องมีความรู้ความสามารถเรื่องเครื่องกลหรือเครื่องยนต์ด้วย หรือทำงานในอุตสาหกรรมเครื่องเย็น สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระนั้นต้องพัฒนาฝีมือ และความชำนาญจนเป็นที่เชื่อถือของลูกค้าและอาจหันมาประกอบอาชีพรับทำเหล็กดัด สำหรับรั้วประตู หน้าต่าง ตลอดจนงานเฟอร์นิเจอร์ หรืองานศิลปกรรมและควรประดิษฐ์คิดค้นสินค้าต่างๆ ที่เป็นประโยชน์

ทำ โปสการ์ด (Postcard) คุณภาพดีราคาประหยัด

สำหรับโรงพิมพ์ของเรารับออกแบบสิ่งพิมพ์ทุกชนิด คุณภาพมาตรฐาน ราคาประหยัด และที่สำคัญช่วยเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ โรงพิมพ์ของเรายินดีรับออกแบบสั่ง ทำ โปสการ์ด ในแบบที่คุณต้องการ สำหรับโปรสการ์ด คือการนำรูปภาพมาเปลี่ยนเป็นโปสการ์ดเพื่อส่งต่อหรือเก็บสะสมเป็นคอลเลคชั่น ในทุกครั้งที่กลับมาจากการท่องเที่ยว เพราะทุกคนชอบที่จะได้รับจดหมาย สร้างความรู้สึกตื่นเต้นด้วยการส่งโปสการ์ดให้คนพิเศษของคุณ ทำให้การทำโปสการ์ดของคุณเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่อัปโหลดภาพที่คุณชื่นชอบ และสั่งซื้อผ่านเว็บไซด์ของเรา คุณได้โปสการ์ดที่สวยงามส่งถึงหน้าบ้านคุณ ทำ โปสการ์ด เราจะเก็บงานออกแบบโปสการ์ดไว้ในคลาวด์ เพื่อให้เข้าถึงได้จากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือเข้าถึงได้ทุกที่จากแอปฟรีใน Android ไม่ว่าจะไปที่ไหน คุณก็ออกแบบโปสการ์ดเพื่อส่งตอนจบทริปท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะไปที่ไหน คุณก็ออกแบบโปสการ์ดเพื่อส่งตอนจบทริปท่องเที่ยวได้ โปสการ์ดส่วนใหญ่ที่เราใช้ส่งหากันนั้นมักจะเป็นการบอกเล่า ความรู้สึกดีๆจากแดนไกล ซึ่งผู้ที่ได้รับหรือผู้อ่านส่วนใหญ่แล้วจะ “แอบยิ้ม” ที่มุมปากเล็กๆ เพราะได้รับความรู้สึกดีๆจากผู้เขียนเนื่องจากตัวของโปสการ์ดเองมีลักษณะเปลือย เหมือนกับว่าโปสการ์ดนั้นเป็นตัวกระจายความรู้สึกดีๆให้แก่ผู้ที่พบเห็น ทำ โปสการ์ด เลือกโปสการ์ดที่เป็นตัวแทนของคุณหรือการเดินทางของคุณ. หนึ่งในขั้นตอนที่สนุกที่สุดของการเขียนโปสการ์ดคือการเลือกรูปภาพบนโปสการ์ดนี่แหละ คิดถึงคนที่คุณกำลังจะส่งโปสการ์ดให้และเลือกรูปที่คนๆ นั้นน่าจะชอบที่สุด โดยคุณสามารถหาซื้อโปสการ์ดได้ตามร้านขายของที่ระลึก ร้านขายของชำ หรือตามร้านบนถนนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

การ ทำ โปสการ์ด ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแผ่นกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหลายขนาด ขนาดมาตรฐาน หากคุณกำลังอยู่ระหว่างการเดินทาง ลองเลือกโปสการ์ดที่มีรูปของสถานที่ที่คุณชอบที่สุดตั้งแต่เริ่มท่องเทียวมาดูสิ ด้านหนึ่งของแผ่นกระดาษเป็นรูปภาพ ภาพถ่าย หรือภาพตัดปะ ออกแบบโปสการ์ดให้ทำหน้าที่ได้มากกว่าการสื่อสาร ที่มีหรือไม่มีข้อความหรือคำอธิบายพิมพ์บนบัตรและตั้งใจส่งให้ทางไปรษณีย์โดยไม่ต้องมีซองจดหมาย แต่สร้างเพื่อโปรโมทธุรกิจ บริการ หรืองานที่จัด การออกแบบโปสการ์ดเป็นการส่งสารทางไปรษณีย์ที่น่าสะดุดตา อีกด้านหนึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนสำหรับให้ผู้ส่งกรอกชื่อและที่อยู่ของผู้รับ ทำ โปสการ์ด อีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่สำหรับใส่ข้อความสั้นๆ โปสการ์ดที่เก่ามาก ๆ หรือเป็นโปสการ์ดที่หายากหรือเป็นโปสการ์ด และทำได้ง่าย เพื่อโปรโมตเนื้อหาไปทั่วเมืองหรือแชร์ในโลกอินเทอร์เน็ต เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่สำคัญอาจจะมีมูลค่าสำหรับผู้เก็บสะสม สำหรับโปสการ์ดที่นิยมสะสม ได้แก่ ภาพบุคคลสำคัญ นักกีฬา นักการเมือง นักแสดงและบาทหลวง ภาพสถานที่ต่างๆ สถานีรถไฟ ทิวทัศน์ เมืองและหมู่บ้านในชนบท ภาพการ์ตูนล้อเลียน ประเด็นร้อนในสังคม แม้ว่าคุณจะเป็นนักออกแบบมือใหม่ คุณก็สามารถออกแบบโปสการ์ดที่เลอเลิศและน่าจดจำได้ ด้วยชุดเค้าโครงที่ออกแบบมาอย่างมืออาชีพของเรา ทำ โปสการ์ด ลองนึกถึงครั้งสุดท้ายที่คุณอยู่ในร้านขายของชำร่วย ยังจำชั้นวางโปสการ์ดธรรมดาๆ ที่ซ้ำซากได้หรือเปล่า ผ่านชั้นนั้นไปแล้วมาสร้างอะไรสุดพิเศษกัน! แสดงความห่วงใยกับเพื่อนทางจดหมายและคนที่คุณรักด้วยการออกแบบโปสการ์ดในแบบของคุณเองด้วย เครื่องมือที่ใช้งานง่ายของเราจะเปลี่ยนโฉมภาพถ่ายและไอเดียของคุณให้กลายเป็นโปสการ์ดที่พร้อมนำไปหย่อนตู้ได้อย่างรวดเร็ว

ทำ โปสการ์ด ความสุขเล็กๆ เริ่มได้ง่ายๆ จากการเขียนโปสการ์ดให้เพื่อนหรือคนที่คุณรัก สร้างขวัญและกำลังใจ จากประสบการณ์และความปรารถนาดีต่างๆ ที่ผู้ส่งมอบให้ ซึ่งนั่นช่วยส่งเสริมมิตรภาพให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นด้วย ด้านหลังของโปสการ์ดควรจะมีข้อมูลทุกอย่างที่ต้องมีสำหรับการส่งโปสการ์ด และข้อความที่คุณเขียนจะต้องพอดีกับที่ว่างที่มีด้วย การเขียนโปสการ์ดจะช่วยทำให้ความรู้สึกโดยรวมของแต่ละคนดีขึ้น โปสการ์ดใบเล็กๆ ที่บรรจงเขียน จะช่วยชาร์จพลังใจให้ผู้รับกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในทางวิทยาศาสตร์บอกว่า เขียนที่อยู่ไว้ตรงมุมบนขวาของโปสการ์ด ผู้ให้สุขใจที่ได้เขียน และผู้รับก็สุขใจเมื่อมีคนนึกถึง  ด้านหลังของโปสการ์ดจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ทำ โปสการ์ด เขียนโปสการ์ดสักหนึ่งใบ โดยมีส่วนสำหรับเขียนที่อยู่และแสตมป์ อย่าเขียนที่อยู่ตรงด้านหน้าของโปสการ์ดล่ะเพราะว่าไปรษณีย์จะไม่ตรวจดูข้อมูลที่อยู่ด้านหน้า คำว่าให้ไม่สิ้นสุดนั้น ไม่จำเป็นต้องให้เงินเพียงอย่างเดียว เขียนที่อยู่ของผู้รับไว้ที่มุมบนขวา ก่อนที่คุณจะออกเดินทาง ยิ่งเขียนมากเท่าไหร่ ยิ่งรีดศักยภาพด้านความรู้และความเข้าใจทางสมองมากขึ้นเท่านั้น การเขียนโปสการ์ดก็เช่นเดียวกัน เพราะด้วยพื้นที่จำกัดเพียงแค่สี่เหลี่ยมผืนผ้า จดที่อยู่ของบรรดาคนที่คุณตั้งใจจะส่งโปสการ์ดให้และเก็บไว้กับตัวในขณะท่องเที่ยว เนื้อหาและประสบการณ์ต่างๆ ที่เราเขียนลงไปย่อมไม่เยิ่นเย้อ ชัดเจน และตรงประเด็น เมื่อคุณได้ ทำ โปสการ์ด เลือกโปสการ์ดและเขียนข้อความเรียบร้อยแล้ว ลอกที่อยู่ของผู้รับลงไปที่มุมบนขวา นี่ยังไม่นับรวมการตกแต่งโปสการ์ดด้วยดินสอสีต่างๆ อีก ความคิดสร้างสรรค์ไม่บรรเจิดออกมาเวลาเขียน ก็ให้มันรู้ไป ให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นทบทวนทริปท่องเที่ยวที่ผ่านมา หรือย้อนนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้กับผู้รับ อย่าลืมใส่ข้อมูลที่จำเป็นทุกอย่างให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้รับ ที่อยู่ฉบับเต็ม รหัสไปรษณีย์ รวมไปถึงรัฐและประเทศที่อีกฝ่ายอาศัยอยู่ด้วย ซื้อแสตมป์ของประเทศที่คุณไปเที่ยวจากธนาคาร ดังนั้นการเขียนโปสการ์ด จึงเป็นการบันทึกและถ่ายทอดเรื่องราวที่มากด้วยคุณค่า เป็นอมตะ และคลาสสิกมากที่สุด ไปรษณีย์หรือสถานีเติมน้ำมัน หากคุณอยู่ต่างประเทศและอยากได้แสตมป์จากประเทศบ้านเกิด คุณอาจจะสั่งออนไลน์มาก็ได้ แตะน้ำตรงแสตมป์และแปะลงในช่องประที่อยู่ที่มุมบนขวาของโปสการ์ด